ส่งมอบกำลังใจแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สู้ภัยโควิด -19

394

วันนี้ ( 14 เม.ย.63 ) พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อใช้ป้องกันตนเองในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด -19

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เป็นโรงพยาบาลดำเนินการก่อสร้างโดยมูลนิธิสมเด็จพระยุพราช เริ่มก่อสร้างในสมัย ศาสตราจารย์ ธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรี มีดำริที่จะสร้างโรงพยาบาลอำเภอ ขนาด 30 เตียง ในอำเภอท้องถิ่นทุรกันดาร จำนวน 21 แห่ง ทั่วทุกภาคของประเทศ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร) เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีอภิเษกสมรส 3 มกราคม พ.ศ. 2520 โดยพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาวางศิลาฤกษ์ และเปิดโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการด้วยพระองค์เอง ยังความปลื้มปิติมาสู่ประชาชนอย่างที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ตระหนักถึงพสกนิกรผู้ยากไร้ในพื้นที่อย่างล้นพ้น ทั้งนี้ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ บุคลากรและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ถือเป็นกำลังหลักสำคัญ ในการรักษาผู้ป่วย และต้องคอยระวังป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อตลอดเวลา ๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี ทรงห่วงใยประชาชนรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์เป็นอย่างยิ่ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้นำแจกันดอกไม้ กระเช้าเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์จำเป็นทางการแพทย์ ประกอบด้วย ชุด PPE หน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 ถุงมือยาง และ แว่นตาป้องกันเชื้อ มามอบแก่แพทย์และพยาบาล ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา จ.ยะลา และ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วย และเป็นขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรของโรงพยาบาล

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้พบปะ ร่วมพูดคุย ให้กำลังใจ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนในความเสียสละ มีความตั้งใจทำเพื่อประชาชน โดยกล่าวว่า “ขอเป็นกำลังใจให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทุกคนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อปกป้อง และรักษาผู้ป่วยกับเชื้อโรคร้ายในครั้งนี้ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชถือเป็นสถานพยาบาลที่สำคัญ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เป็นหน่วยงานทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดาร ถือกำเนิดจากความต้องการของประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง และได้รับการรักษาพยาบาลอย่างมีคุณภาพและเสมอภาค มาวันนี้เพื่อ ชื่นชมในความเสียสละของบุคลากรแพทย์ทุกท่าน ที่ได้ปกป้องประชาชนให้ปลอดภัยจากโรคระบาดไวรัสโควิด – 19 ขอให้ทุกท่านปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ดูแลรักษาตนเองให้ปลอดภัย เพื่อเป็นกำลังหลัก นักรบชุดกาวน์ ที่พร้อมดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยหัวใจต่อไป สิ่งของที่นำมามอบให้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่แสดงออกถึงความห่วงใย ในการให้แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ได้ปกป้องตนเองให้มีความปลอดภัย หากพวกท่านปลอดภัย ทุกคนก็จะปลอดภัยด้วย พี่น้องประชาชนต้องพึ่งพาพวกท่าน เราทุกคนขอเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และเราจะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน”

ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทั้ง 2 แห่ง ต่างขอบคุณแม่ทัพภาคที่ 4 และส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่มาให้กำลังใจทุกคนในวันนี้ “วันนี้เราจะต้องต่อสู้กับเชื้อโรคที่เราไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้ เราต้องมีการปรับตัวในเรื่องต่าง ๆ แต่ทุกคนที่นี่ยอมเสียสละ เต็มใจ เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยและผ่านพ้นเรื่องร้ายนี้ไปให้ได้เช่นกัน”

สำหรับมาตรการการเตรียมพร้อมพื้นที่ เพื่อรองรับคนไทยจากมาเลเซียที่จะเดินทางเข้ามาในวันที่ 18 เม.ย.นี้ ซึ่งจะมีการเปิดด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย คาดการว่าจะมีคนไทยที่ทำงานในประเทศมาเลเซีย เดินทางเข้ามายังประเทศไทย และอาจมีการแพร่ระบาดของของเชื้อโควิด-19 อีกระลอกนั้น พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวว่า “เรื่องดังกล่าว ได้เตรียมพร้อมบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อนำคนเข้าระบบคัดกรองโควิด-19 อย่างเข้มงวด โดยประสานกับทุกจังหวัดในชายแดนภาคใต้ และได้ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ (ศอ.บต.) จัดตั้งกองอำนวยการร่วม (กอ.ร่วม) เพื่อให้มีมาตรฐานร่วมกับทุกจังหวัด ทุกคนที่ผ่านเข้ามา ต้องมีการคัดกรอง และเจ้าหน้าที่คัดกรองต้องมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ตลอดจนต้องเตรียมเครื่องมือให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกคน ทั้งหน้ากากอนามัย Face Shields ต้องให้พร้อม ทุกขั้นตอนต้องทำอย่างมีระบบถูกต้องจะได้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกจังหวัด และมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

“ส่วนตามแนวชายแดน โดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติ ได้ให้ กองร้อยป้องกันชายแดน ทหารราบต่างๆ ทำงานตรวจทุกช่องทาง ไม่ว่าจะมีการลักลอบเข้ามาด้วยแบบไหน ว่ายน้ำมา หรือล่องเรือข้ามมา เมื่อจับได้จะดำเนินการตามกฎหมาย ฐานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย และนำเข้ากระบวนการของจังหวัด โดยพยายามปรับตามมาตรฐานเดียวกันทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้มีคุณภาพ ไม่ว่าการจัดรถ หรือการคัดกรองคน จะทำการเชื่อมระหว่างจังหวัดต่างๆ ตอนนี้ทุกคนพร้อมที่จะทำตามนโยบายทางผู้บัญชาการเหตุการณ์แต่ละพื้นที่ เราต้องเสียสละ ตอนนี้ประชาชนทุกข์ยากลำบาก และจะต้องเข้าระบบให้ได้ ถ้าเข้าระบบได้เมื่อไหร่ ตัวเลขของผู้ติดเชื้อก็จะลดลงเรื่อยๆ” พล.ท.พรศักดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวทิ้งท้าย

จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอสายบุรี จ.ปัตตานี ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของ จ.ปัตตานี ร่วมกับ นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.สายบุรี ที่มียอดผู้ติดเชื้อสูง ณ ขณะนี้ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้ทุกส่วนทำงานเชิงรุก ร่วมมือกันดำเนินการตามมาตรการที่จังหวัดกำหนด โดยเฉพาะในหมู่บ้านที่มีการแพร่ระบาด ต้องล็อคดาวน์ พร้อมเตรียมช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ทุกคนต้องช่วยกัน หันหน้าเข้าหากัน จัดระบบให้ดี เพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย ไปยังบุคคลอื่น